ลมไนโตรเจนกับลมอัดทั่วไปต่างกันอย่างไร คุ้มกับส่วนต่างราคาหรือไม่ รถแบบไหนได้ประโยชน์ชัดที่สุด อ่านข้อเท็จจริงก่อนตัดสินใจเติม

อากาศทั่วไปที่ปั๊มลมอัดเข้ายางมีไนโตรเจนอยู่แล้วประมาณ 78 เปอร์เซ็นต์ ส่วนลมไนโตรเจน 95 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปที่ร้านใช้เติมยางคือการแยกออกซิเจนและความชื้นออกไปให้เหลือไนโตรเจนบริสุทธิ์มากขึ้น
ข้อดีหลักคือโมเลกุลไนโตรเจนใหญ่กว่าออกซิเจนเล็กน้อย จึงซึมผ่านผนังยางช้ากว่า ทำให้แรงดันลมยางคงที่นานกว่าลมธรรมดา และไม่มีความชื้นที่จะขยายตัวเมื่อยางร้อนขึ้นระหว่างขับ
ไนโตรเจนช่วยให้แรงดันลมยางคงที่นานขึ้นจริง ลดความถี่ในการเติมลม และช่วยให้แรงดันไม่แกว่งมากจนกระทบการสึกของดอกยาง แต่ผลต่างเรื่องอายุยางหรือการประหยัดน้ำมันในการใช้งานจริงมักไม่ชัดเจนมากสำหรับรถใช้งานทั่วไป
ถ้าเป็นรถที่เช็คลมยางสม่ำเสมออยู่แล้วทุกเดือน ลมธรรมดาก็เพียงพอและไม่ต่างกันมาก แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่ค่อยได้เช็คลมบ่อยหรือลืมเช็คบ่อยๆ ไนโตรเจนช่วยลดความเสี่ยงลมอ่อนโดยไม่รู้ตัวได้ดีกว่า
เมื่อเติมไนโตรเจนแล้ว ไม่ควรเติมลมธรรมดาผสมเข้าไปบ่อยๆ เพราะจะลดความเข้มข้นของไนโตรเจนลงเรื่อยๆ จนแทบไม่ต่างจากลมธรรมดา ทำให้เสียเงินเติมไนโตรเจนไปโดยไม่ได้ประโยชน์เต็มที่
ถ้าจำเป็นต้องเติมลมธรรมดาฉุกเฉินระหว่างทางเพราะไม่มีร้านไนโตรเจนใกล้ๆ ให้กลับมาเติมไนโตรเจนซ้ำที่ร้านในภายหลังโดยเร็วเพื่อรักษาความเข้มข้นไว้ในระดับที่ยังได้ประโยชน์อยู่
ยางร้อนขึ้นระหว่างขับจากแรงเสียดทานกับถนนและการยุบตัวซ้ำๆ ลมธรรมดาที่มีความชื้นปนอยู่จะขยายตัวมากกว่าเมื่อร้อนขึ้น ทำให้แรงดันลมยางแกว่งขึ้นลงมากกว่าลมไนโตรเจนที่แห้งกว่า
แรงดันที่คงที่กว่าช่วยให้หน้าสัมผัสยางกับถนนสม่ำเสมอตลอดการขับ ซึ่งส่งผลดีต่อการทรงตัวและการสึกของดอกยางที่สม่ำเสมอขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับลมธรรมดาที่แรงดันแกว่งบ่อย
รถที่บรรทุกน้ำหนักมากอย่าง SUV และกระบะ หรือรถที่เดินทางไกลบ่อยจะได้ประโยชน์จากแรงดันลมยางที่คงที่ชัดเจนกว่ารถเก๋งที่ใช้ในเมืองและเช็คลมยางสม่ำเสมออยู่แล้ว
รถที่บรรทุกหนักมีแรงกดที่ยางมากกว่าปกติ แรงดันที่แกว่งแม้เพียงเล็กน้อยก็ส่งผลต่อการทรงตัวและระยะเบรกได้มากกว่ารถที่ใช้งานเบาๆ ในเมือง จึงคุ้มค่าที่จะเลือกเติมไนโตรเจนสำหรับการใช้งานลักษณะนี้
ไม่ว่าจะเติมลมธรรมดาหรือไนโตรเจน ควรเช็คแรงดันลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้ง และเช็คเพิ่มทุกครั้งก่อนเดินทางไกลโดยเฉพาะเมื่อบรรทุกน้ำหนักเยอะกว่าปกติ
ยางไม่ใช่ของที่เติมแล้วจบ แรงดันที่ถูกต้องตามสเปกรถซึ่งดูได้จากสติกเกอร์ในกรอบประตูฝั่งคนขับ ช่วยทั้งเรื่องความปลอดภัย การประหยัดน้ำมัน และอายุการใช้งานของดอกยางโดยตรง